Saturday, 29 March 2014

การใช้คำว่า "leave" เฉพาะความหมายว่า "ทิ้งไว้" หรือ "ฝากไว้"

คำว่า leave  มิได้มีความหมายเฉพาะว่า "ออกไป", "จากไป" ตามความหมายที่ใช้กันอยู่ทั่วไป 
ในบทนี้จะมีการยกตัวอย่างการใช้ leave ในความหมายว่า "ทิ้งไว้" หรือ "ฝากไว้" 

ตัวอย่าง
๑.  คุณจะต้องคืนห้องพักภายในเวลาเที่ยง และกรุณาฝากสัมภาระไว้กับโรงแรม   รถจะออก(จากโรงแรม)ตอน๓ทุ่มตรง
You have to check out within noon  and  please leave the luggage (baggage) with the hotel; the bus will leave at 9 pm. sharp.
๒.  กรุณาอย่าทิ้งรองเท้าไว้ที่นี่ 
Please don't leave shoes here.
๓.  กุญแจ(กุญแจห้อง)ทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์ก็ได้ค่ะ
The key (The keys) can be left at the counter.
๔.  คุณลืมกล้องไว้บนรถหรือเปล่า? (คุณทิ้งกล้องไว้บนรถหรือเปล่า?)
Do you leave the camera on the bus?
Did you leave the camera on the bus?
๕.  พวกเขาจะต้องทิ้งน้ำทะเลเอาไว้ประมาณ๑๐วัน ก่อนการที่จะระบายน้ำไปในนา(นาเกลือ)ขั้นที่๒
They have to leave the sea water about 10 days  before draining it into the second field.
๖.  พวกเขาจะต้องทิ้งน้ำทะเลเอาไว้ประมาณ ๑๐วัน ก่อนที่พวกเขาจะระบายน้ำไปในนา(นาเกลือ)ขั้นที่๒
They have to leave the sea water about 10 days before they drain it into the second field.
๗.  พวกเขาจะต้องทิ้งน้ำทะเลเอาไว้ประมาณ ๑๐วัน ก่อนที่พวกเขาจะสามารถระบายน้ำไปในนา(นาเกลือ)ขั้นที่ ๒
-They have to leave the sea water about 10 days before they can drain it into the second field.
-They have to leave the sea water about 10 days before they are able to drain it into the second field.
-They have to leave the sea water about 10 days before they will be able to drain it into the second field.
๘.  ไม่ว่าคุณจะเต็มใจ(ที่จะทำ)หรือไม่ คุณก็จะต้องทิ้งรองเท้าไว้ที่นี่ (ห้ามใส่รองเท้าเข้าไป)
No matter you are willing to do or not ,you have to leave shoes here.
No matter you are willing to do or not , you have to leave footwear here.  (ถ้าพูดประโยคแบบนี้ ผู้ฟังอาจจะตีความว่าหมายถึงถุงเท้าหรืออะไรที่ห่อหุ้มเท้าทั้งหมด  ดังนั้นผู้พูดก็ต้องพิจารณาเองว่าผู้ฟังคิดลึกหรือละเอียดขนาดนั้นหรือไม่))
๙.  หลังจากการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยา พระราชวังแห่งนี้ (พระราชวังจันทรเกษม  อยุธยา) ถูกทิ้งไว้กว่า ๘๐ ปี   จากนั้นก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่๔แห่งรัตนโกสินทร์
After the fall of Ayutthaya , this palace ( Chankasem palace) was left for over 80 years then it was rebuilt in the reign of  King Rama IV of  Rattanakosin.
๑๐. เราทิ้งเด็กๆไว้ที่สวนสนุกมา๒ชั่วโมงแล้ว
We have been leaving the children at the amusement park for 2 hours.
๑๑. ฉันไม่อยากโดนทิ้งไว้ที่นี่คนเดียว
I don't want to be left here alone.
๑๒. ตัวแม่มันทิ้งลูกๆ(ลูกอ่อน)ไว้ในรังเพื่อออกไปหาอาหาร
The mother leaves the baby ones to be on forage. หรือ The mother leaves the baby ones to forage.
The mother left the baby ones to be on forage.หรือ The mother left the baby ones to forage.
๑๓. ทิ้งมันไว้ทั้งคืนแล้วค่อยทอด
Leave it for the whole night then fry it.
๑๔. เขาไม่อยู่ในห้อง  คุณต้องการจะฝากข้อความไว้ให้เขาไหม?
He is  not in the room.  Would you like to leave message for him?
๑๕. มีของมากเหลือเกิน เราจะต้องทิ้งบางอย่างไว้ที่นี่สักพักหนี่ง (เอาไปไม่หมด)
There are so many things.  We have to leave something here for a certain time.
๑๖.  มีรองเท้าสองสามคู่ที่ถูกทิ้งไว้ในเรือ
-There are a few pairs of shoes that are left in the boat.
-There are a few pairs of shoes  left in the boat.
-A few pairs of shoes  are left in the boat.
๑๗.  ประเด็นนี้ถูกทิ้งไปไม่ได้ตรวจเลย
-This issue is left unchecked. 
-This issue was  left unchecked. 

Latest updated : 9th Aug 2020

Thursday, 20 March 2014

การใช้คำ adverb (กริยาวิเศษณ์) ขึ้นนำประโยคเพื่อการสื่อสารอย่างง่าย

โครงสร้างภาษาในลักษณะนี้ควรฝึกฝนให้ชำนาญ จะช่วยให้ผู้เรียนใช้ภาษาได้คล่องขึ้น
หลักคือ     " คำadverbที่ลงท้ายด้วย ly ,...... (ต่อด้วยประโยคแล้วแต่จะสื่อสารออกมา) "

"...........ly , ........................................."
ตัวอย่าง
expectedly     คาดไว้แล้ว  (มาจาก adjective ว่า expected)
briefly          โดยย่อ , อย่างย่อ, อย่างสั้นๆ , โดยสรุป
generally       โดยทั่วไป  
frankly          ว่ากันตรงๆ  , อย่างตรงไปตรงมา
approximately  โดยประมาณ
๑.  ว่าแล้ว (คาดไว้แล้ว)  รถไฟล่าช้าเหมือนเดิม
Expectedly ,the train is delayed as usual.
๒.  คาดไม่ถึงเลย มีที่นั่งเหลือใหเ้ราด้วย
Unexpectedly, there are seats left for us.
๓. โดยย่อแล้ว พระไตรปิฎกมีสามหมวดหมู่ใหญ่
Briefly , Tripitaka has 3 main portions(parts).
๔. โดยทั่วไปแล้ว คนไทยทานข้าวกับแกง
Generally , Thai people eat rice with curry.
๕.  โดยทั่วไปแล้ว คนไทยทานข้าวราดแกง
Generally , Thai people eat rice topped  with curry.
๖.  ว่ากันตรงๆเลย อาหาร(จานที่พูดถึง)แย่มาก
Frankly , the dish is very bad.
Frankly, the dish is very terrible.
๗.  โดยประมาณแล้วใช้เวลา ๒ ชั่วโมงถึงที่หมาย
Approximately, it takes 2 hours to the destination.
Approximately, it takes 2 hours to reach the destination.
Approximately, it takes 2 hours to get to the destination.
๘.  เห็นกันชัดๆเลย  ตำรวจนายนั้นได้สินบนจากคนขับรถ
Obviously , that policeman got bribery from the driver.
Apparently , that policeman got bribery from the driver.
๙.  โดยปกติแล้ว ร้านอาหารนี้ปิด๔ทุ่ม
Regularly , this restaurant is closed  at 10 pm.
๑๐.ในที่สุดแล้ว พระองค์ก็ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
Finally, he got enlightenment as a Buddha.
Finally, he attained enlightenment as a Buddha.
๑๑. ทั้งหมดแล้ว ๒,๕๗๒ บาท
Totally , it is 2,572 Baht.
๑๒. โดยถูกต้องแม่นยำแล้ว พระพุทธรูปองค์นี้สูง ๑๒.๔๕ เมตร
Accurately , this Buddha image is 12.45 (อ่านว่า twelve point four five meters high.)
๑๓. แน่นอนเลย เที่ยวบินเต็มแล้ว
Certainly, the flight is full.
๑๔. เอาอีกแล้ว คุณทำผิด(อีกแล้ว) (ความหมายก็คือเอาอีกแล้วคุณทำผิดซ้ำซาก)
Repeatedly, you made a mistake.

ใช้คำว่าอะไรดีในภาษาอังกฤษให้ตรงกับคำว่า "มีที่มาจาก............" ในภาษาไทย

ตอบว่า ใช้โครงสร้างภาษาว่า  " be+ derived from............"

ตัวอย่าง
๑.  กูรูเป็นคำในภาษาอังกฤษที่มีที่มาจากคำว่า "คุรุ" ในภาษาบาลีสันสกฤต
      Kuru is an English word that is derived from  "Khuru" in the language Pali-Sansakrit.
      Kuru is an English word derived from "Khuru" in the language Pali-Sansakrit. (ประโยคนี้สั้นกว่าประโยคแรกเล็กน้อยเพราะตัด that is ออกไปได้โดยหลักภาษาไม่เสีย  ต้องระวังว่าถ้าตัดก็ต้องทั้ง that และ is ออกด้วยกัน)
๒.  ประเทศไทยมีที่มาจากประเทศสยาม
      Thailand is derived  from Siam.
๓.  คำว่าแรมบูทัน (เงาะ) มีที่มาจากคำในภาษามาลายูว่า "รัมบุต"
      Rambutan is derived from the word in Malayan,Rambut.
๔.  เชื่อกันว่าคำว่า ฝรั่ง มีที่มาจากคำว่า แฟร้งค์
      It is believed  that the word Farang is derived from Frank.
๕.  ธงชาติไทยในปัจจุบันมีที่มาจากแนวความคิดของประเทศตะวันตก
      The present national flag of Thailand is derived from  the concept of the western nations(countries).
๖.  คำว่ากาแฟในภาษาไทยมีที่มาจากภาษาโปรตุเกส
      The word "Kafae" in Thai language is derived from a Portuguese word.
       The word "Kafae" in Thai language is derived from a Portuguese one.
๗.  ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆที่มีที่มาจากอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในสมัยก่อนชื่อสยาม
      Thailand is a small country that is derived from the great kingdom in the old days named Siam.
๘.  มาเฮาท์ หมายถึงควาญช้าง เป็นคำในภาษา
อังกฤษที่มีที่มาจากภาษาอินเดีย(ฮินดู)
(ในชีวิตจริงจะได้ยินการออกเสียงเป็นทั้ง มาฮูด และ มาเฮาท์  แต่ในหลักการให้ออกเสียงว่า มาเฮาท์  คงต้องไปสอบถามต้นกำเนิดจากคนฮินดูว่าอย่างไหนใกล้เคียงเสียงจริง  คงเหมือน guru กูรู ในภาษาอังกฤษที่ยืมคำว่า คุรุ มาจากบาลีสันสกฤต แต่ไทยออกเสียงเป็น ครู  ปัจจุบันเพี้ยนเป็นคำพูดสนุกๆว่า กูรู้
      Mahout means an elephant keeper. It is derived from the Indian word--Hindi.  (เป็นภาษาฮินดู)
      คำนี้มาจ่ากสมัยที่อังกฤษเข้าไปยึดครองอินเดียเป็นเมืองขึ้น  จากเดิมที่ไม่มีประเทศอินเดีย แต่อังกฤษทำสงครามยึดครองแคว้นต่างๆในดินแดนที่เรียกว่าภารตะ  แล้วผนวกรวม ให้ชื่อใหม่ว่า อินเดีย 


Latest updated : 9th Aug 2020

Monday, 3 March 2014

แบบฝึกหัดเพื่อทักษะการใช้คำว่า "มี"


แบบฝึกหัดที่ ๑
๑.  มีเวลาเหลือสักประมาณ๑๕นาที
๒.  เวลามีเหลือสักประมาณ๑๕นาทีไหม?
๓.  คุณมีเวลาเหลือสักประมาณ๑๕นาทีไหม?
๔.  คุณมีเวลาเหลือสักประมาณ๑๕นาทีที่จะปรึกษาเรื่องนี้ไหม?
๕.  เวลาสัก๑๕นาทีมีให้ปรึกษาเรื่องนี้

เฉลย
1.  There is time left about 15 minutes left.
2.  Is there time left about 15 minutes left?
3.  Do you have some (any)15 minutes left? (แบบอเมริกัน)
     Have you some(any) 15 minutes  left ? (แบบอังกฤษ)
4.  Do you have some(any) 15 minutes left to disscuss about this matter?
     Do you have some(any) 15 minutes  left to talk over this matter?
     Have you some (any) 15 minutes left to  discuss about this matter?
     Have you some(any) 15 minutes  left  to talk over this matter?
5.  Some 15 minutes  is available to discuss about this matter.
     Some 15 minutes is  available to talk  over this matter.
     Some 15 minutes is available  for this matter  talk.
     Some 15 minutes is  available for talking  over this matter.
     Some 15 minutes is available  for discussing about this matter.

แบบฝึกหัดที่ ๒
๑.  ทำไมชาไม่มี?
๒.  ทำไมไม่มีชา?
๓.  ทำไมคุณไม่มีชา?
๔.  ชามีไหม?
๕.  มีชาไหม?
๖.  คุณมีชาไหม?
๗.  ไม่มีชา
๘.  ชาไม่มี
๙.  คุณไม่มีชา

เฉลย
1.  Why isn't  tea available?
2.  Why isn't there any tea?
3.  Why don't you have tea?
4.  Is tea available?
5.  Is there any tea?
6.  Do you have tea?
     Do you have any tea?
     Have you any tea?
     Have you got any tea?
7.  There isn't any tea.
8.  Tea isn't available.
9.  You don't have any tea


Tuesday, 11 February 2014

การใช้ become บอกความหมายต่างๆ

become ใช้ได้หลากหลายความหมาย ดังต่อไปนี้     "กลายเป็น............"  ,   "ได้เป็น............." ,  ".............(เป็นอย่างนั้นอย่างนี้)ขึ้นมา  ,   "......................เกิด(เป็นอย่างไร)ขึ้นมา

หลักภาษา    become+noun  หรือ  become +V3  หรือ become+adjective
become+noun ได้ความหมายว่า "กลายเป็น......"   หรือ .ได้เป็น....."
become+V3 หรือ become+adjective  ได้ความหมายว่า "เกิดเป็น.....(อย่างไร)ขึ้นมา)  หรือ " .....(เป็นอย่างไร).....ขึ้นมา"
ข้อควรทราบ : มีคำคุณศัพท์(adjective) ว่า becoming  แปลว่า "เหมาะสม"  ผู้ใช้ควรจำไว้ใช้งานด้วยว่า ถ้าไม่ใช้ becoming เป็นคำนาม  สามารถมองอีกแง่หนึ่งได้ว่าคำนี้เป็นคำคุณศัพท์แปลว่า เหมาะสม เช่น เสื้อตัวนี้เหมาะสมมาก This shirt is very becoming.    สีนี้เหมาะกับคุณ This colour is becoming to you.
( หลักไวยากรณ์คือ  be+becoming+to.......)

ตัวอย่าง
1. เจดีย์เกิดทรุดโทรมลงไปหลังมีพายุมา ๒-๓วัน
-The stupa(chedi) becomes  dilapidated after there was a storm for  a few days.
-The stupa(chedi) became dilapidated after there was a storm for  a few days.

2. บัลลังก์ของพระอินทร์เกิดร้อนขึ้นมาหลังจากเขา เจ้าหนุ่มสุวรรณสามถูกยิง
    (จากเรื่องสุวรรณสามชาดก)
-Indra's throne became heated  after  he was shot.
-Indra's throne became hot after he,Suwannasam the lad, was shot.

3. เขาได้ขึ้นมาเป็นไกด์หลังจากเป็นพนักงานบริษัททัวร์มา๒ปี
-He became a tour guide after he was a tour company officer for 2 years.
-He became a tour guide after being a tour company officer for 2 years.
-He became a tour guide after he had been a tour company officer for 2 years.
-He became a tour guide after having been a tour company officer for 2 years. 

4. สิทธัตถะได้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้าหลังจากพยายามมา๖ปี
-Sitthatha (Siththa) became enlightened as a Buddha after his  attempt for 6 years.
-Sithatha (Siththa) became enlightened  as a Buddha after he attempted for 6 years.
-Sithatha (Siththa) became enlightened as a Buddha after (the) 6-year attempt.

5. มัคคุเทศก์จะทำอย่างไรเมื่อนักท่องเที่ยวเกิดหงุดหงิดเพราะรถติด?
-What will a tour guide do when a tourist becomes grumpy because of  traffic jam?
-What will a tour guide do when tourists become  grumpy because of  traffic jam?
หมายเหตุ: .ในคำถามลักษณะนี้ อย่าใช้   How will a guide do ?   เพราะในภาษาอังกฤษไม่ใช้กัน

6. เมื่อไรก็ตามที่คนขับรถเกิดง่วงนอนขึ้นมา  เขามักจะดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอย่างกระทิงแดง
-Whenever a driver becomes sleepy , he tends to drink an energizer beverage like Red Bull.
-Whenever drivers become sleepy ,they tend to drink  an energizer beverage like Red Bull.

7.  เด็กชายคนนั้นได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี   ต่อมาเขาได้กลายเป็นหมอที่มีชื่อเสียง (กล่าวถึงเรื่องหมอชีวกโมารภัจจ์)
-The boy was well brought up . Later on ,he became a famous doctor.
-The boy was well  adopted . Later on ,he became a famous doctor.
ข้อมูล : หมอชีวกเกิดจากนางโสเภณี  หลังจากคลอดแล้ว เด็กทารกถูกนำมาทิ้ง  ต่อมามีเจ้าชายมาพบจึงนำไปเลี้ยงดูจนเติบโต กลายเป็นหมอที่มีชื่อเสียง

8. อย่าง่วงขึ้นมาตอนนี้นะ
Don't become sleepy now.

9.  กรุงเทพฯได้กลายเป็นเมืองที่วุ่นวายด้วยการจราจรที่ติดขัด
-Bangkok has become a messy city with traffic congestion.
-Bangkok has become a messy city with traffic jam.
ข้อมูล : messy (adj)  วุ่นวาย,ยุ่งเหยิง      mess (n) ความวุ่นวาย , ความยุ่งเหยิง

10.ตอนนี้ดอกบัวแพงขึ้นมากเพราะประชาชนต้องการซื้อไปในวันพระ
Now lotuses become much expensive because the people want to buy them for the Buddhist Sabbatarian day.
หมายเหตุ :  Sabbatarian day เป็นคำเฉพาะ หมายถึงวันปฏิบัติธรรมในศาสนานั้นๆ  จึงต้องมี Buddhist วางอยู่เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าหมายถึงวันพระ หรือ "วันธรรมสวนะ"  ในกรณีที่นักท่องเที่ยวบางคนไม่เข้าใจคำนี้ จำเป็นต้องเลี่ยงไปใช้คำอื่น   เช่น Buddhist 's religious day , Buddhist's sacred day  และ Buddhist's holy day.

11.ตามรายงานของมาสเตอร์การ์ด กรุงเทพฯได้เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมามากที่สุดแห่งปี ค.ศ.๒๐๑๖ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวเกือบ๒๒ล้านคน  เฉือนชนะลอนดอนและปารีสไปให้ไปเป็นอันดับ๒และ๓ตามลำดับ

According to the Master Card report, Bangkok becomes the world's most visited city of  2016 with nearly 22 million tourists , beating London  and Paris to be the second and third ranks respectively.

12.เจ้าฟ้าชายพระองค์นั้นได้เป็นที่รู้จักกันว่าสมเด็จพระนารายณ์หลังจากประชาชนเห็นว่าพระองค์มี๔กรในตอนที่เกิดไฟไหม้ในวัง (ประวัติที่มาของพระนารายณ์มหาราช)
The prince became  known as Prince Narai after the people saw that he had 4 arms while the fire  broke out in the palace.
ข้อมูล : ชื่อพระนารานณ์  เป็นชื่อ ของพระวิษณุในภาคภาษาไทย  ยังมีคนไทยมากมายที่ยังไม่เข้าใจว่าเป็นองค์เดียวกัน

13.วัดไชยวัฒนารามกลายเป็นที่ตั้งของค่ายทหารพม่า
-Wat Chaiwattanaram , the monastery became a site of the Burmese's military camp.
-Wat Chaiwattanaram , the temple became a site of the Burmese's military camp.
ข้อมูล : เนื่องจากว่าวัดไชยวัฒนารามตั้งอยู่นอกเกาะเมิองอยุธยา และเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะอีกแห่งหนึ่ง  วัดนี้ไม่ถูกเผา จึงยังคงสภาพที่ดูดีกว่าวัดอื่นๆบนเกาะเมือง

14.พระที่นั่งองค์นี้ (พระที่นั่งจักรี) ได้กลายเป็นอาคารอเนกประสงค์ไปแล้ว
-The throne hall has become a multi-function hall.
-The throne hall has become a multi-function one.
ข้อมูล : พระที่นั่งจักรีฯ อยู่ในหมู่พระที่นั่งจักรี (เราเรียกกันง่ายๆว่าพระที่นั่งจักรีฯ จึงอาจจะมีเข้าใจผิดกันว่าเป็นอาคารสูง๓ชั้นอย่างที่เห็นกันจากด้านนอก) เคยที่เป็นที่ประทับในรัชกาลที่๕ อยู่ประมาณ๑๘ปี และรัชกาลอื่นๆเป็นครั้งคราว

15.ว่ากันว่าบางคนเกิดร้อนตัวขึ้นมาเมื่อพระมงกุฎเกล้าฯไต่ถามเรื่องการตายของย่าเหล
It is said  that someone became discomposed when King Vachirawut  enquired  about the death of  Yalae, the dog. 
หมายเหตุ 
(๑) คำว่า  ไต่ถาม สามารถสะกดได้ทั้ง๒อย่างคือ enquire  และ   inquire
(๒) ย่าเหลเป็นสุนัขพันธุ์ทางทรงเลี้ยง  ที่รัชกาลที่๖ (พระมงกุฎเกล้าฯ  ใช้ชื่อในภาษาอังกฤษว่า คิงวชิราวุธ King Vachirawut)  ทรงนำมาเลี้ยงขณะที่เสด็จไปเรือนจำ นครปฐม ได้พบลูกสุนัข  แล้วตั้งชื่อว่าย่าเหล  เลียนแบบชื่อตัวละคร ชื่อ Jarlet  (คำที่เป็นตัว J ในอักษรโรมัน ถ้าไม่ใช่ภาษาอังกฤษ มักจะออกเสียงไปทาง "ย")

16.วัดเบญจมบพิตรกลายเป็นวัดที่มีชื่อเสียงเมื่อนักท่องเที่ยวทราบว่าเป็นวัดที่ประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดในโลกจากอิตาลี
-Wat Benchamabopit becomes a famous temple after tourists learn that it is a temple that is decorated with the best marble in the world from Italian.
-Wat Benchamabopit becomes a famous temple after tourists  know  that it is a temple that is decorated with the best marble in the world from Italian.
หมายเหตุ :  คำว่า learn มีความหมายว่า "ทราบ"  หรือ "รับรู้"  หรือ "รับทราบ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีความหมายว่า "รู้" หรีอ "เรียนรู้" เสมอไป

17. เรา(พวกเรา)ได้ไปดูวัดกันมาเยอะแยะเหลือเกิน เราเกิดเบื่อวัดกันแล้ว มีอะไรอื่นให้ให้ดูในจังหวัดนี้ไหม?
We have seen so many temples. We become temple-weary. Is there anything else to see in this province?
(ประโยคแบบนี้มักจะได้ยินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่เนืองๆ นี่เป็นเพราะความไม่เข้าใจของบริษัททัวร์ที่มีต่อลูกค้า โดยจัดรายการทัวร์ให้มีวัดมากเกินไปเพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้มาเมืองไทยเพียงจะดูวัด สิ่งที่ต้องการชมย่อมหลากหลาย เช่น วัฒนธรรม ศิลปะ ประเพณี และธรรมชาติ)

แบบฝึกหัด ชุดที่ ๑
๑. พระองค์ (รัชกาลที่ ๔) เกิดประชวรขึ้นมาหลังจากกลับมาจากหว้ากอ
๒. วัดต่างๆเกิดเสียหายลงไปตอนที่มีน้ำท่วม
๓. วัดนี้เกิดมีชื่อเสียงขึ้นมาหลังจากที่พวกเขาได้พบพระพุทธรูปทองคำ
๔. พระพุทธรูปองค์นี้เกิดเสียหายขึ้นมาตอนที่พม่าเผาอยุธยา
๕. ช้างนาฬาคีรีเกิดเชื่องขึ้นมาตอนที่มาเผชิญหน้ากับพระพุทธเจ้า
๖. เจดีย์แบบระฆังของสุโขทัยเป็นที่นิยมขึ้นมาหลังจากที่สุโขทัยตกเป็นเมืองขึ้นของอยุธยา
๗. จิตรกรรมฝาผนังเกิดเลือนลางลงไปเพราะความชื้นและการถูกนักท่องเที่ยวสัมผัส
๘. พระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ขณะพระชนมายุ๒๕ชันษา (หมายถึงสมเด็จพระนารายณ์ กษัตริย์อยุธยา)

เฉลย
1. He became ill (sick) after he returned from Wa Ko.
    He became ill (sick) after returning from Wa Ko.
ข้อมูล : รัชกาลที่๔ทรงได้รับเชื้อมาลาเรีย หรือไข้จับสั่นมาจากเสด็จประพาสป่าไปทอดพระเนตรสุริยุปราคา ที่หว้ากอ เมืองประจวบคีรีขันธ์   แม้หมอฝรั่งจะนำยามาถวาย แต่พระองค์กลับปฏิเสธ  ส่วนพระราชโอรสคือเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่๕ ในเวลาต่อมา)ก็ทรงได้รับเชื้อมาด้วย  แต่พระองค์กลับได้เสวยยาฝรั่งแทน  ผู้เขียนไม่ได้ค้นคว้าละเอียดว่าเป็นยาอะไร แต่น่าจะเป็นยาควินิน (quinine)  
quinine ออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษว่า  ไคว-ไนน่  ไม่ใช่ ควินิน อย่างที่คนไทยพูดกัน
2. The temples became  damaged  when there was a flood.
3. This temple becomes famous after they found the golden Buddha image.
    This tmeple became famous after they found the golden Buddha image.
4. This Buddha image became damaged when the Burmese burnt Ayutthaya.
5. Narakhiri,the elephant became tame when he faced the Buddha.
    Narakhiri ,the elephant became tame when facing the Buddha.
    Narakhiri ,the elephant  became tame when he confronted with the Buddha.
    Narakhiri, the elephant became tame when confronting with the Buddha.
6. The bell-shaped stuap  of (in) Sukhothai style became popular after Sukhothai became a dependency of  Ayutthaya.
7. The mural paintings become faded because of humidity and being touched by tourists.
ข้อมูล : จิตรกรรมฝาผนังแบบเดิมของไทยมักจะอยู่ได้ไม่นานเพราะวิทยาการ(technique)ต่างจากของยุโรป    ของไทยมีการวาดลงไปบนผนังเมื่อผนังแห้งไปแล้ว  ในขณะที่ของทางยุโรปจะวาดลงไปขณะที่ผนังยังไม่แห้ง (เรียกกันว่า Fresco technique)
8. He became a king when he was 25 years old.
    He became a king when being 25 years old.
    When he was 25 years old , he became a king.
    When being 25 years old , he became a king.

แบบฝึกหัดชุดที่ ๒
๑. วัดนิเวศน์ธรรมประวัติกลายเป็นวัดหนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร  เพราะเป็นวัดพุทธที่สถาปัตยกรรมเป็นแบบโบสถ์คริสต์
๒. พระพุทธรูปเงิน(องค์นี้)ออกเป็นสีเขียวบางส่วนเพราะสนิม
๓. อาณาจักรสุโขทัยตกเป็นเมืองขึ้นเมื่ออยู่มาได้๑๔๐ปี
๔. นางสีดาเกิดน้อยใจขึ้นมาเมื่อทราบว่าพระรามสงสัยในตัวนาง (ว่าเสียตัวให้ทศกัณฑ์ไปแล้ว)
๕. ที่ตั้งของเมรุเผาศพได้กลายเป็นที่ตั้งของพระมหามณฑปพระพุทธรูปทองคำไปแล้ว(วัดไตรมิตร)
๖. พระนเรศวรได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองพิษณุโลกขณะที่พระชนมายุได้๑๖พรรษา
๗. อาณาจักรสุโขทัยเกิดอ่อนแอลงไปหลังจากอยู่มาได้ประมาณ๑๐๐ปี
๘. สำหรับพระภิกษุ อาหารเกิดต้องห้ามขึ้นมาเมื่อเวลาหลังเที่ยง

เฉลย
1. Wat Niwetthammprawat becomes unique because it is a Buddhist temple with architecture in Catholic style.
2. The silver Buddha image becomes partly green because of  rust.
3. Sukhothai Kingdom became dependency after it lasted  for 140 years.
    Sukhothai Kingdom became  a vassal  state after it lasted  for 140 years.
4. Sita becomes resented after she learns that Ram is suspicious of  her.
    Sita becomes resented after learning that Ram is suspicious of  her.
    Sita becomes resented after she  knows that Ram is suspicious of  her.
    Sita becomes resented after she  knowing  that Ram is suspicious of  her.
ข้อมูล
๑. นางสีดา มีชื่อเรียกเป็นทางการในภาษาอังกฤษว่า Sita
๒. be+suspicious +of      สงสัยใน........
5. The site of the crematorium has become that of  Mahamondop--the great hall of the golden Buddha image.
ข้อมูล
๑. ได้มีการรื้อเมรุปูนทิ้งเพื่อสร้างที่แห่งใหม่เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ ซึ่งอยู่ในวิหารที่ดูเล็กเกินไปต่อการรองรับนักท่องเที่ยว
๒. คำว่า crematorium ออกเสียงว่า  เครมะโท-เรียม  ไม่ใช่  ครีเม-โทเรียม  แต่ในชีวิตจริงจะพบว่าไม่ค่อยจะมีใครออกเสียงในแบบที่ถูก  อาจจะเป็นเพราะว่า  (๑) ไม่เคยชิน (๒) ไม่ทราบ หรือ  (๓)ไปตามกระแส คงจะทำนองเดียวกับที่คนไทยมากมายที่ออกเสียงคำว่า สมรรถภาพ  เป็น สะ-หมัด-ถะ-พาบ แทนที่จะออกเสียงให้เป็น  สะ-มัด-ถะ-พาบ
6. Prince Naret became the governor of   Phitsanulok when he was 16 years old.
    Prince Naret became the governor of   Phitsanulok when he was 16 years  of age.
 ข้อมูล : ชื่อพระนเรศวร เป็นชื่อที่คนยุคปัจจุบันเรียกกัน   ชื่อที่มีในเอกสารเดิมคือ พระนเศวร หรือชื่อที่คน   ทั่วไปเรียกว่า พระองค์ดำ  และสำหรับชื่อนี้ ว่ากันว่า เป็นเพราะพระองค์ต้องอาบน้ำว่านอยู่เสมอ เพื่อให้อยู่ ยงคงกระพันหนังเหนียวอย่างนักรบทั่วไป 
7. Sukhothai Kingdom became  weak after it lasted for 100 years.
8. For Buddhist monks , meal becomes forbidden in the afternoon.
    For Buddhist monks , food becomes forbidden in the afternoon.
หมายเหตุ  : สำหรับในภาคเหนือของไทย เราอาจบังเอิญพบว่าพระฉันมื้อเย็น  ทั้งนี้พระเหล่านี้อาจจะอ้างว่าเป็นนิกายที่นับถือพระอุปคุต (นิกายสรวาสติวาส)    ซึ่งพระอุปคุตเป็นพระอรหันต์  ตามตำนานความเชื่อว่าสามารถหยุดเวลาได้   พระเหล่านี้อาจจะอ้างว่าเวลาถูกหยุดไปแล้ว  เรื่องนี้คงต้องให้ทางคณะสงฆ์ประกาศให้เป็นทางการว่า เป็นสิ่งถูกหรือผิดในระเบียบสงฆ์ของไทย     การฉันมื้อเย็นยังมีพบอีกในประเทศพม่า และดินแดนใกล้เคียง โดยที่คนในพื้นที่ยอมรับกัน    ก็ทำนองเดียวกับที่คนไทยวิจารณ์โจมตีศาสนาพุทธในญี่ปุ่นว่า "ให้พระมีเมียได้" ซึ่งความเป็นจริงก็คือว่า ศานาพุทธในญี่ปุ่นเป็นคนละแบบกับในไทย  เป็นศาสนาพุทธที่ถูกนำไปผสมผสานกลมกลืน(harmonized)กับความเชื่อของคน  จึงเป็นศาสนาพุทธในแบบวิถีญี่ปุ่น (Japanese Norm Buddhism)  ไม่มีบุุคคลที่เรียกว่าพระสงฆ์  มีแต่บุคคลในสถานะที่ทำหน้าที่เหมือนพระ แต่มีครอบครัวได้   ความที่ประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีบุคคลในสถานะแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยอมรับในประเทศไทย   ดังนั้นหากพบปะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจจะพบกับคำถามว่า พระในประเทศไทยมีเมียได้ไหม  นั่นเป็นเพราะชาวต่างชาติได้ไปประสบพบหรือทราบเกี่ยวกับศาสนาพุทธในรูปแบบต่างๆมาจากหลายประเทศ    ถ้าจะให้เลี่ยงคำ ก็คงต้องใช้ คำว่า  priest (นักบวช)  ให้ดูมีความหมายกว้างกว่า  monk  (ความหมายลึกๆของคำว่า monk คือพระ หรือนักบวช ที่ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ)

Latest update : 8th Aug 2020

Sunday, 19 January 2014

การใช้โครงสร้าง "be+V3" เพื่อใช้สื่อสารอย่างง่ายๆ

ปกติแล้ว หลักการเรียนในภาษาอังกฤษมีสอนกันทั่วไปว่า โครงสร้างประโยคที่มี be+V3 นั้นหมายถึงการถูกกระทำในเวลาใดๆ
เช่น   ทัวร์นี้ถูกจอง  This tour is booked (ณ ปัจจุบัน)./This tour was booked. (ในอดีตตอนนั้น)
อันที่จริงแล้วยังมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมในการใช้ภาษาอีกประการหนึ่ง   นั่นคือ โครงสร้าง be+V3 ไม่จำเป็นต้องใช้สื่อสารความหมายว่า "ถูก....(กระทำ)"ทุกครั้งไป    แต่ใช้ในความหมายบอกถึงสถานะ  ลักษณะ สภาพ หรือความเป็นไปของสิ่งใดๆหรือบุคคลใดๆได้ด้วย

ตัวอย่าง
1.ที่นั่งนี้จองไว้แล้ว   This seat is booked./This seat is reserved.  (หมายความว่าที่นั่งนี้อยู่ในสภาพที่ถูกจองไว้แล้ว)
book    booked    booked
2.ห้องจ่ายแล้ว   The room is paid.  (หมายความว่าสถานะห้องนี้ได้รับการจ่ายเงินไว้แล้ว)
pay  paid  paid
3.ห้องนี้จ่ายแล้วบางส่วน  This  room is partly paid.  (หมายความว่าสถานะห้องนี้ได้รับการจ่ายแล้วเป็นบางส่วน)
pay  paid  paid
4.ห้องนี้จ่ายแล้วเต็มจำนวน  This room is fully paid.  (หมายความว่าสถานะห้องนี้ได้รับการจ่ายแล้วเต็มจำนวน)
pay   paid  paid
5.เขาแต่งงานแล้ว He/She is married.  (หมายความว่าเขามีสถานภาพที่แต่งงานแล้ว)
marry   married    married
6.ฉันจะหมั้นพรุ่งนี้  I  will be engaged tomorrow.  (หมายความว่าพรุ่งนี้ฉันจะมีสถานภาพเป็นคนที่หมั้นแล้ว)
engage    engaged    engaged   ในที่นี้ใช้ในความหมายว่า  หมั้น
7.ฉันจะติดธุระพรุ่งนี้  I  will  be engaged (หมายความว่าชีวิตความเป็นไปของฉันในวันพรุ่งนี้คือมีธุระ)
engage   engaged    engaged    ในที่นี้ใช้ในความหมายว่า   มีธุระ   ติดธุระ  ยุ่งอยู่กับธุระปะปังบางประการ
8.ตอนนั้นมันเสียหาย  ตอนนี้มันซ่อมแล้ว  It  was  damaged then.   It is repaired now.  (หมายความว่าตอนนั้นสภาพมันเสียหาย   ตอนนี้อยู่ในสภาพที่ซ่อมแล้ว)
9.เขาจากไปแล้ว(หมายความว่าตอนนี้สภาพของเขาไม่ได้อยู่ตรงบริเวณที่พูดแล้ว)  He/She  is  gone.
go   went    gone
10.เขาจากไปแล้ว(หมายความว่าเขามีสถานะที่ลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว)  He / She  is  gone.
go  went   gone
11. คนญี่ปุ่นเกษียณตอนอายุ๕๕ปี ในขณะที่คนไทยเกษียณตอนอายุ ๖๐
The Japanese are retired at 55 years old  whereas the Thais are retired at 60 years old.
The Japanese are retired at 55 years  of age  whereas the Thais are retired at 60 years of age.
12. เด็กคนนั้นเสียคนแล้ว(หมายความว่า สภาพความเป็นไปของเด็กคนนั้นคือเสียไปแล้ว)
spoil  spoiled  spoiled
That child(The child) is spoiled.
13. ลูกค้าหลายคนติดบุหรี่  ( be+addicted to......ติด...(อะไร).....)
Many clients are addicted to cigarette.
14. พวกเราติดอยู่บนถนนสุขุมวิท       (ความเป็นไปหรือสภาพขณะนี้คือติดอยู่ หรือภาษาพูดก็คือ"ติดแหง็กอยู่บนถนนสุขุมวิท)
stick  stuck  stuck
We are stuck  on Sukhumvit Road.
15. เด็กคนนี้โตพอที่จะถูกคิดในอัตราราคาผู้ใหญ่ (ความเป็นไปของเด็กคือเติบโต(grow/grew/grown)พอ)
grow  grew  grown
This child is grown  enough to be charged at adult rate.
16.  เด็กคนนี้โตพอที่จะคิดในอัตราราคาผู้ใหญ่
This child is grown  enough to charge at adult rate.
17.  ลูกค้าบางคนไม่พอใจกับคำตอบของไกด์  ( be+satisfied  at+  something)
(ความหมายคือ ความเป็นไปหรือสภาพความรู้สึกของลูกค้านั้นเป็นอย่างไร)
Some clients are not satisfied at the guide's answer.(หรือSome clients  are dissatisfied at the guide's answer.)
Some clients  are not satisfied at the guide's reply.(หรือSome clients  are dissatisfied at the guide's reply.)
18.  ลูกค้าบางคนไม่พอใจไกด์  ( be+ satisfied   with+  someone)
Some  clients are not satisfied with the guide. ( หรือ Some  clients are dissatisfied with the guide.)
19.  เรื่องนี้ตัดสินใจแล้ว (ความหมายคือ เรื่องนี้มีสถานะที่ได้รับการตัดสินใจแล้ว)
decide   decided   decided
This matter is decided.
20.  เรื่องนี้ไม่อนุมัติ  (ความหมายคือ สภาพของเรื่องนี้ไม่ได้รับการอนุมัติ หรือไม่ผ่านการอนุมัติ)
approve   approved  approved
This matter  is not  approved.
21.  ข้อเสนอนี้ตกไป  (ความหมายคือ ข้อเสนอนี้มีสภาพที่ตกลงไป ก็คือ ไม่ผ่าน)
This proposal  is dropped.
หมายเหตุ : proposal  ให้ออกเสียงในลักษณะ  โพระโพ--ซอล  ไม่ใช่  โพระ--โพซอล
22.  เขานอนมา (ความหมายคือ สภาพของเขาคือนอนมา  หรือมาในสภาพที่อยู่ในอาการนอนราบมา  ไม่ใช่นอนหลับ)
lay laid laid
He/She  is  laid.
23.  เรือ(ลำนั้น)ผูกอยู่ที่ท่าน้ำ (ความหมายคือ  เรืออยู่ในสภาพที่ถูกผูกอยู่ที่ท่าน้ำ)
The boat is moored at the pier.

แบบฝึกหัดที่ 1
1.  ผ้าเช็ดตัววางไว้บนตู้เสื้อผ้า
place   placed   placed 
put      put     put
2.  ร่มขายอยู่ในร้านตรงข้ามโรงแรม
sell   sold   sold
3.  เขาสึกแล้ว (สึกจากพระ)
unfrock    unfrocked   unfrocked
4.  เขาขึ้นทะเบียนแล้ว
register   registered   registered
หมายเหตุ : register ออกเสียง เป็น เร็จ-จิสเตอะ  ไม่ใช่  รี-จิสเตอะ
5.  เก้าอี้(เก้าอี้กลม)พัง
break   broke   broken
6.  สีของหลังคาเปลี่ยนแล้ว
change   changed   changed
7.  กรรมสิทธิ์ของที่ดินแปลงนี้เปลี่ยนแล้ว
change   changed   changed
8.  เวลาของนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ปรับเข้ากับเวลาในท้องที่(ในประเทศ)แล้ว
adjust    adjusted   adjusted
9.  เขาเมา
drink    drank   drunk
10.เขาฉีดยาแล้ว
inject    injected   injected

เฉลย
1.  The  towel  is  placed  on the wardrobe.
     The  towel  is  put  on  the wardrobe.
2.  Umbrellas are  sold  in the shop opposite the hotel.
3.  He is unfrocked./He is  unfrocked  from monk-hood.
4.  He/She  is   registered.
5.  The stool  is broken.
     The  stools  are  broken.
6.  The  colour of  the roof  is  changed.
7.  The ownership of  the land plot  is  changed.
8.  The  time of  the watch is  adjusted to  the local  time.
9.  He/She  is  drunk.
10.He /She  is  injected.

แบบฝึกหัดที่ 2
1.  หลังคาประดับประดาด้วยกระเบื้องดินเผา
2.  บานประตูประดับประดาอย่างสวยงามด้วยมุก
     ( mother-of-pearl มุก)
3.  สะพานนี้สร้างอย่างถาวร
4.  สะพานนั้นสร้างอย่างชั่วคราว
5.  วัดนี้เป็นที่รู้จักกันดี
6.  ข้อเท็จจริงไม่เป็นที่ทราบกัน
7.  มันเป็นที่ต้องการมาก
8.  มันเป็นที่ต้องการมากสำหรับนักท่องเที่ยว
9.  รายงานนี้เขียนมา
10.รายงานนี้พิมพ์มา

เฉลย
1.  The roof  is decorated with terra cotta.
2.  The door panel is beautifully decorated with mother-of-pearl in lay.
     The door panels  are beautifully decorated with mother-of-pearl in lay.
3.  This bridge is permanently built. /  This bridge is permanently constructed.
4.   That  bridge is  temporarily built. /  That  bridge is temporarily constructed.
5.   This temple is well known.
6.   The fact is not known. /  The fact is unknown.
7.   It is so much needed.
      It is very much needed.
      It is considerably  needed.
8.   It is so much needed   for  tourists./  It is very much needed for  tourists.
      It is  considerably needed  for  tourists.
9.   This report  is  written.   /   This  report is  hand  written.
10. This  report is  typed.

Friday, 27 September 2013

Wat Arun วัดอรุณ

วัดอรุณ  Wat Arun

Wat Arun is a Buddhist monastery  under the royal patronage. วัดอรุณเป็นอารามในพุทธศาสนาในพระบรมราชูปถัมภ์    The monastery including the temple compound and the monk's living quarters  covers an area of  44,252 square meters or  10.9 acres. เนื้อที่พระอารามรวมทั้งพุทธาวาส(ที่ประกอบพิธีกรรม) และสังฆาวาส (ที่อาศัยของสงฆ์ ) ครอบคลุมพื้นที่ 44,252 ตารางเมตร หรือ 10.9 เอเคอร์ 

(พื้นที่ทั้งหมดของวัด รวมพุทธาวาสและสังฆาวาส  ไม่รวมที่ธรณีสงฆ์ที่ให้ประชาชนเช่าด้านนอก ระบุไว้ว่า  ๒๗ไร่ ๒งาน ๖๓ วา)


This monastery is wellknown  in English as the Temple of  Dawn.    Once it was generally called Wat Chaeng that means "The Temple of  Dawn";this name is referred to the one that was given by King Taksin.  

This monastery is wellknown  in English as the Temple of  Dawn. วัดนี้รู้จักกันดีในชื่อภาษาอังกฤษว่า วัดแห่งรุ่งอรุณ     Once it was generally called Wat Chaeng that means "The Temple of  Dawn";this name is referred to the one that was given by King Taksin.  ครั้งหนึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่าวัดแจ้งซึ่งหมายถึงวัดแห่งรุ่งอรุณ ชื่อนี้อ้างตามชื่อที่พระเจ้าตากสินพระราชทานให้




The most outstanding spot is the central  prang,the pagoda in corn-cob shape.จุดเด่นที่สุดคือปรางองค์กลาง คือเจดีย์ที่เป็นรูปฝักข้าวโพดเรียกกันว่าปรางค์        The prang as seen today was constructed  in 1842, in the reign of  King Ram III. พระปรางค์อย่างที่เห็นทุกวันนี้สร้างขึ้นในค.ศ.1842 ในรัชกาลที่3     The construction lasted 5 years.การก่อสร้างกินเวลา5ปี   It is about 67 meters high. มันสูงประมาณ67เมตร   It was constructed to cover the smaller one which was 16 meters high  but who built it is not known. สร้างขึ้นมาเพื่อครอบปรางค์องค์เล็กซึ่งสูง16เมตรแต่ไม่ทราบว่าใครสร้าง.   Because  there is not  any evidence to indicate.เพราะว่าไม่มีหลักฐานใดระบุไว้เลย    This temple is older than the establishment of  Bangkok.วัดนี้เก่าแก่กว่าการสถาปนากรุงเทพ   During Ayutthaya period ,there was an older temple over here.ในช่วงสมัยอยุธยา มีวัดเก่าแก่กว่าอยู่ที่นี่  It was called Wat Makok. เรียกชื่อว่าวัดมะกอก  Wat Makok was replaced by a newer temple when King Taksin  existed this compound as the palace temple.  วัดมะกอกถูกแทนที่ด้วยวัดใหม่ตอนที่พระเจ้าตากสินทรงตั้งให้บริเวณนี้เป็นวัดในวัง

evidence (n)  หลักฐาน
establishment (n) การสถาปนา
หมายเหตุ : คำว่า compound ให้ระวังในการออกเสียง(pronunciation)  ในบทบรรยายข้างต้น compound เป็นคำนาม แปลว่า บริเวณ ให้ออกเสียงหนัก(stress)ที่พยางค์แรก ให้ความหมายว่า "บริเวณ" หรือ"ที่ซึ่งมีการล้อมรั้วบริเวณไว้  ถ้าออกเสียงผิดเพี้ยนไปออกเสียงหนักที่พยางค์ท้าย จะทำให้เปลี่ยนเป็นคำกริยา(verb) แปลว่า "ผสมกัน" หรือ"คลุกเคล้ากัน"  หรือไม่ก็เป็นคำนามอีกคำหนึ่ง แปลว่า "สารประกอบ"


ชื่อวัดมะกอกถูกเปลี่ยนเป็นวัดแจ้งในสมัยพระเจ้าตากสิน  The name Wat Makok was changed  to be Wat Chaeng in the reign of  King Taksin.    ต่อมาใช้เป็นวัดเพื่อประดิษฐานพระแก้วมรกตเป็นเวลา๕ปีในช่วงปีพ.ศ.๒๓๒๒-๒๓๒๗(ค.ศ.1779-1784) Later,it was used as a temple to enshrine the Emerald Buddha for 5 years  during 1779-1784. ดังนั้นวัดจึงเป็นที่รู้จักหรือเรียกกันทั่วไปในสมัยนั้นว่า วัดพระแก้ว ในสมัยที่เป็นวัดที่เก็บพระแก้วหรือวัดประจำพระราชวัง       So,the temple was known or generally called the Emerald Buddha Temple in the period when it was the temple that kept the Emerald Buddha  or the temple  of  the palace . สถานะของวัดจึงเปลี่ยนจากวัดราษฎร์ที่มีสังฆาวาสมาเป็นวัดประจำพระราชวัง  Then the temple status was changed from a common temple that had monks' living quarters to be a particular temple of the palace.
หลังจากการสิ้นสุดของสมัยธนบุรี   เมืองหลวงก็ถูกย้ายไปฝั่งตะวันออกของบางกอก  After the end of  Thonburi , the  capital was moved to the eastern bank of  Bangkok.   ๒ปีหลังจากนั้นจากนั้นวัดอรุณก็หวนกลับคืนมาเป็น วัดที่มีสังฆาวาส        Two years after that Wat Arun  was returned to be a temple  with  monks' quarters   จากนั้นกำแพงบางส่วนที่เคยมีอยู่ในสมัยที่เป็นวัดประจำวังของพระเจ้าตาก ก็ถูกรื้อลงไป After that , some part of  the wall which used to be available  in  the period  when it was the royal temple of  King Taksin palace was dismantled (หรือจะใช้ว่า  After that , some part of the wall which used to be available in the period of its being the royal temple of  King Taksin  was dismantled.)

หมายเหตุ
กรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง ปี พ.ศ. ๒๓๑๐ แต่การสถาปนายังติดพันอยู่มากมายจากการที่พระเจ้าตากยังต้องส่งกองทัพไปปราบก๊กต่างๆ   ในโอกาสที่ส่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก(รัชกาลที่๑ ในเวลาต่อมา)ไปปราบล้านช้าง-เวียงจันทน์  ได้นำพระแก้วมรกตกลับมาธนบุรี  ไว้ที่วัดอรุณเป็นเวลา๕ปี  เมื่อสร้างกรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงได้๒ปีจึงให้ย้ายพระแก้วไปไว้ที่วัดพระแก้วในปัจจุบัน


พระปรางค์ประธานของวัดอรุณ อายุประมาณ๑๗๒ปี The principal prang of Wat Arun is about 172 years old      ใช้เวลาสร้าง๕ปี คือจากปีค.ศ.๑๘๔๒ ถึง ๑๘๔๗ It took 5 years to build from 1842-1847. ได้ผ่านการบูรณะมาหลายครั้งแล้ว It has undergone restoration several times.(หรือ It has been restored  many times.) สร้างในสมัยรัชกาลที่๒ แต่งานเริ่มไปเล็กน้อยเท่านั้น พระองค์ก็สวรรคตเสียก่อน It was built in the reign of  King Rama II but the work just  began a little  before the king passed away.(หรือ   no sooner had the work much begun than the king passed away)รัชกาลที่๓จึงดำเนินการต่อจนเสร็จ  Then King Rama III  kept on the construction to the end.  อันที่จริงแล้ว เราอาจกล่าวได้ว่า ใช้เวลาสร้างถึง๔รัชกาลจึงสมบูรณ์แบบ อย่างที่เห็นในทุกวันนี้ แม้ว่าการก่อสร้างสำคัญๆจะทำในรัชกาลที่๓  Actually, we may say that it took four reigns (or four periods) to complete the temple as seen nowadays  though the  main construction was done in the reign of  King Rama III.

พระปรางค์ประธานองค์นี้สูง๖๗เมตรThis main prang is 67 meters high.  สร้างครอบทับพระปรางค์องค์เก่าสูง๑๖เมตรที่ไม่ได้ระบุว่าสร้างเมื่อใด  แต่มีอยู่ก่อนแล้วในสมัยอยุธยา It was built to cover the 16 meter old one that is not indicated when it was built   but it was available previously in Ayutthaya period.


        ฐานของพระปรางค์ประธานประกอบด้วย๔ชั้น The base of  the main prang consists of four levels.แต่ละชั้นมีตัวแบกอยู่มากมายEach level has a lot of bearers.    ที่ชั้นที่๑ มีรูปต้นไม้อยู่รายรอบ At the first level there are surrounding plants (หรือ trees)  ชั้นที่๒มีกินนรและกินรียืนสลับกันไป โดยมียักษ์อยู่ข้างบนThe second level has Kinnon,the mythical beings half man half bird  and Kinnaree the mythical half woman half bird standing alternatively  with the demons above.   ที่ชั้น๓ก็มีกินนรและกินรียืนสลับกันโดยมีกระบี่(ลิง)อยู่ข้างบนAt the third level,there are also Kinnon and Kinnaree with the monkeys above.   และที่ชั้น๔ก็มีกินรและกินรีเช่นกันโดยมีพรหมอยู่ข้างบน   And at the fourth level ,there are also Kinnon and Kinnaree with Bhramas,the deities above.  เหนือชั้นของพรพมมีซุ้มทั้ง๔ด้านซึ่งมีรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ  Above the level of  Bhramas , there are four niches that have statues of  Indra the God on Erawan the elephant.. เหนือพระอินทร์ขึ้นไปมีรูปนารายณ์ทรงครุฑอยู่รอบๆ Above Indra there are the statues of  Vishnu the God  on Garuda the mythical bird.  ส่วนบนสุดมีนภศูลและมงกุฎ  The topmost  has a pinnacle and crown.

สรุป ลำดับของการเรียงดังนี้คือ  ต้นไม้-----> กินนร+กินรี------>ยักษ์------>กินนร+กินรี------>-ลิง------->  กินนร+กินรี--------> พรหม--------> พระอินทร์ทรงช้าง-------->  นารายณ์ทรงครุฑ------>นภศูล+มงกุฎ

แบบจำลองของพระปรางค์  เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น  เป็นการก่อสร้างตามความเชื่อในศาสนาที่ให้ พระปรางค์องค์กลางแทนเขาพระสุเมรุ (จึงมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น ยักษ์และลิง แบกภูเขาอยู่  เรียกว่าตัวแบก เรียกว่า bearer)    มีปรางค์บริวารอยู่ทั้ง๔ทิศ เรียกว่าปรางค์ทิศ ใช้แทนโลกที่มีมนุษย์อยู่ทั้ง๔โลก เรียกว่าทวีปทั้ง๔ ทั้งนี้รวมถึงโลกที่เราอยู่ เรียกชื่อว่าชมพูทวีป   พระปรางค์ย่อย ทั้ง๔ก็มีตัวแบก   ระหว่างปรางค์ทิศก็มีมณฑปแซมอยู่รวม๔องค์ เรียกว่ามณฑปทิศ สร้างเพื่อสื่อแทนเหตุการณ์สำคัญในพุทธศาสนา๔ครั้ง จึงมีพระพุทธรูปที่ต่างๆกันไปอยู่ข้างในคือ พระพุทธรูปปางประสูติ   พระพุทธรูปปางตรัสรู้   พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา และพระพุทธรูปปางปรินิพพาน

    รูปยักษ์แบก(หรือมารแบก) อยู่ที่ฐานชั้น๒ของพระปรางค์ประธาน
    The statues of  demon-bearer(หรือ The demon-bearer statues)  at the second base of the main prang
    รูปพรหมแบกอยู่ที่ฐานชั้น๔ของพระปรางค์ประธาน      และเหนือขั้นมีรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ
    The statues of Bhrama-bearer  are at the fourth base of the main prang  and above there are statues      of   Indra the God on Erawan the mythical elephant.

    พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ Indra the God on Erawan the mythical elephant (หรือ Indra the God mounted on  Aiyara the mythical elephant)

ข้างๆกำแพงวัดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ มีกองบัญชาการกองทัพเรือ Beside the wall of the temple around the river bank  ,there is the head quarters of the royal navy   เคยเป็นโรงเรียนนายร้อยทหารมาก่อน(โรงเรียนนายเรือ) It used to be a cadet school (navy-cadet).  และก่อนหน้านั้นในสมัยกรุงธนบุรี มันเป็นที่ตั้งของพระราชวังพระเจ้าตากสินAnd formerly in Thonburi period , it was the site of  King Taksin palace.  ตำหนักที่ประทับของพระเจ้าตากสินก็ยังคงอยู่ข้างในพื้นที่กองทัพเรือแห่งนี้ The residence of King Taksin  still survives  in the area of  the navy base.

ในซุ้มที่พระปรางค์ทิศมีรูปพระพายทรงม้า Inside  a niche of  the corner prang ,there is a statue of Vayu, the God of  Wind.



มีศาลาริมน้ำทั้งหมด๖หลัง  There are altogether 6 riverside pavilions.  เป็นแบบจีน They are in Chinese styles.   สร้างสมัยรัชกาลที่๓They were built in the reign of  King Rama III.    เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าพระองค์ทรงโปรดศิลปะจีนมาก It is generally known that he favored the Chinese art very much.  ดังนั้นในสมัยพระองค์จึงทรงให้สร้างสิ่งก่อสร้างแบบจีนเป็นจำนวนมาก Then in his reign , he had a lot of  construction made in Chinese style.

หมายเหตุ : ทบทวนการใช้ไวยากรณ์ในความหมายว่า "ใครให้อะไรสร้าง(หรือถูกกระทำขึ้นมา)ดังนี้
สูตร คือ ใคร+have/has/had+อะไร+V3
ตัวอย่าง
-รัชกาลที่ ๓ ให้สร้างศาลาริมน้ำ ๖หลัง
King Rama III had six riverside pavilions built.
-พระเจ้ากรุงธน(เรียกอย่างทางการ)ให้ผนวกวัดอรุณเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง
King of  Thonburi had Wat Arun merged to be a part of  the palace.
-รัชกาลที่ ๓ ให้เสริมมงกุฎเหนือนภศูลที่ยอดพระปรางค์ประธาน (นำมาจากวัดนางนอง)
King Rama III had the crown (headdress)  added above the pinnacle of  the main Prang.




ถ้าหากเดินทางมาที่วัดจากฝั่งท่าเตียน แล้วเดินเข้าสู่ประตูวัดจากประตูใกล้ท่าน้ำ จะสังเกตุเห็นหุ่นยักษ์ตัวใหญ่สูงประมาณ๘เมตรทางขวามือตรงประตูทางเข้า(นั่นคือประตูนำสู่อุโบสถ  และเป็นประตูสำคัญสำหรับพระมหากษัตริย์ใช้เสด็จเข้าในโบสถ์เมื่อมีพระราชพิธี)   มีหุ่นยักษ์๒ตน  สีเขียวคือทศกัณฑ์  สีขาวคือสหัสสะเดชะ
หุ่นทั้งสองนี้เป็นหุ่นของยักษ์  These two statues are the demon ones. ตัวสีเขียวชื่อทศกัณฑ์ ส่วนตัวสีขาวชื่อสหัสสะเดชะ The green one  is named Tosakan(หรือRavana) whereas the white one is named  Sahatsadecha.  ยักษ์ทั้งสองใช้เป็นยามเฝ้าวัด Both of  the demons are used as the temple guardians.  สูงประมาณ๘เมตรThey are about 8 meters high.  สร้างครั้งแรกในสมัยรัชกาล๓ หรือประมาณ ๑๘๐ปีมาแล้ว   แต่ได้รับการปฏิสังขรณ์มาหลายครั้งแล้ว They were built for the first time in the reign of  King Rama III or about 180 years ago.   โดยเฉพาะตัวสีขาวเป็นของที่สร้างใหม่ประมาณ๖๕ปีมาแล้ว  เพราะมันพังลงมาเนื่องจากถฟ้าผ่า Particularly, the white one is the rebuilt one about 65 years ago because it collapsed due to thunderbolt.
                                                                     Tosakan or  Ravana

                                                                            Sahatsadecha

เมื่อเดินตรงไปทางหุ่นยักษ์เฝ้าตรงประตูที่จะเดินเข้าไปทางอุโบสถ(ทศกัณฑ์และสหัสเดชะ)ให้สังเกตุด้านซ้ายมือเยื้องไปทางข้างหลังยักษ์ตัวสีเขียว(นั่นก็หมายถึงทศกัณฑ์)  จะพบรูปปั้นของผู้ชายนั่งทำสมาธิ(เป็นหุ่นปิดทอง) นั่นคือรูปแทนนายนก          ส่วนทางด้านขวาของเราที่หันหน้าเข้าหารูปยักษ์ จะมีอีกศาลาหนึ่งอยู่เยื้องไปทางด้านหลังของยักษ์ตัวสีขาว จะมีรูปผู้ชายอีกคนหนึ่งในท่านั่งพนมมือ นั่นคือรูปแทนนายเรือง   ทั้งนายนกเรืองและนายยก เป็นฆราวาสที่ปฏิบัติธรรมจนเข้าใจผิดไปเองว่าตัวเองบรรลุธรรมหรือบรรลุมรรคผลแล้ว    ทั้ง๒จึงกระทำอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) โดยการเผาตัวเอง แต่บุคคลทั้ง๒ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่ประการใด  และกระทำการในต่างวาระกัน เพียงแต่เหมือนกันคือ เหตุการณ์ของทั้งสองคนนี้เกิดขึ้นในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น   ต่อมาจึงได้มีคนทำรูปให้เพื่อระลึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น     ( เมื่อพิจารณาจากคำสอนในศาสนาแล้ว  การฆ่าตัวตายถือเป็นบาปหนัก  ถึงขนาดไม่มีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์อีกนานแสนนาน  ก็คือเรียกว่าเป็นกัปป์เป็นกัลป์  หากจะสื่อเป็นภาษาอังกฤษให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ  ขอแนะนำให้ใช้คำว่า AEON)

                                                                         รูปนายเรือง
                                                                       นายนก

หมายเหตุสำคัญ
เมื่อเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่จริง  จะพบว่ามีป้ายทำด้วยกระดาษ อธิบายว่า คนที่นั่งพนมมือคือนายนก และคนที่นั่งขัดสมาธิคือนายเรือง    ความขัดแย้งนี้มีอยู่ในแหล่งข้อมูลที่พิมพ์แจกจ่ายหรือจำหน่ายกันในหลายแห่ง    ทั้งนี้ขอยึดข้อมูลของ คุณเอนก นาวิกมูล นักค้นคว้าระดับประเทศคนหนึ่ง  เพราะคุณเอนกมีหลักฐานเดิมอยู่เป็นภาพถ่าย    ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็แสดงว่าเกิดจ่ากความชุ่ยหรือสะเพร่าของผู้ควบคุมการบูรณะวัดที่ปล่อยปละละเลยให้มีการสลับชื่อกัน(เข้าใจว่าเป็นเพราะคนงานก่อสร้างที่รับเหมาในการบูรณะครั้งใดก็ไม่ทราบ)

รูปผู้ชายในท่านั่งพนมมือสร้างเพื่อแทนฆราวาสคนหนึ่งชื่อนายเรือง    The statue of a man in the posture of sitting to worship is made to represent a layman named Mr.Ruang.  เขาเป็นบุคคลที่กระทำอัตวินิบาตกรรมโดยการเผาตนเอง He is a person who did self-immolation by burning himself.   เขาเข้าใจผิดว่าเขาได้บรรลุธรรมแล้ว He misunderstood that he had attained enlightenment.   เขาจึงกระทำการเช่นนั้น ตอนเวลาพลบค่ำ โดยมีคนดูเป็นพยานร่วม500-600คน  Then he did such a thing at twilight time with 500-600 people to witness.เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่๑ ในปี พ.ศ.๒๓๓๓(ค.ศ.1790). The event took place in the reign of  King Rama I in 1790.  หลังจากการตายของเขาแล้ว  ชาวบ้านจึงให้สร้างรูปนี้ให้เขา After his death,the villagers had the statue made  for him

หมายเหตุ  : สำหรับคำถามว่า ทำไมทำรูปนายเรืองเป็นรูปพนมมือ  คงเป็นเพราะต้องการให้สอดคล้องกับที่ระบุไว้ในเอกสารว่า  นายเรือง "นั่งพับเพียบพนมมือ"

Vocabulary 
self-immolation    (n)  การทำลายตนเอง
attain enlightenment   บรรลุธรรม , ตรัสรู้

รูปผู้ชายในท่านั่งทำสมาธิสร้างเพื่อแทนฆราวาสอีกคนหนึ่งชื่อนายนก The statue of  a man in the position of  sitting doing meditation (หรือ sitting to do meditation) is built to  represent a layman named Mr.Nok.   เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่กระทำอัตวินิบาตกรรมโดยการเผาตนเอง He was another person who did self-immolation by burning himself.  แต่เป็นคนละเหตุการณ์กัน But it was a different event. เขากระทำการดังกล่าวใต้ต้นโพหน้าอุโบสถเก่า  He did such a thing  under the Bodhi tree(Pipal tree)  in from of  the old main chapel.  เป็นสมัยรัชกาลที่๒ It was in the reign of  King RamaII.  ชาวบ้านก็สร้างรูปนี้ให้เขาเหมือนกันThe villagers also made this statue for him.

เมื่อเดินผ่านตรงเข้าไปข้างในก็จะพบพระอุโบสถ  ถ้าไม่แน่ใจก็ให้สังเกตุว่ามีในเสมาล้อมหรือไม่  ถ้ามีก็ไม่ผิดแน่  อีกอย่าง กล่าวกันว่าซุ้มเสมาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็คือซุ้มเสมาวัดอรุณนี่เอง เพราะทำอย่างประณีตมาก

พระอุโบสถสร้างในสมัยรัชกาลที่๒ The main chapel was built in the reign of  King Rama II.    หน้าบันแสดงรูปเทวดายืนถือพระขรรค์  The gable shows a standing  deity holding a sword.   ข้างในพระอุโบสถมีพระประธานชื่อว่าพระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก Inside the main chapel , there is the presiding Buddha image named Phraphutthathammisarat Lokkathatdilok.     หล่อขึ้นในสมัยรัชกาลที่๒ It was cast  in the reign of  King Rama II.   ว่ากันว่าพระพักตร์ของพระพุทธรูปทำโดยรัชกาลที่๒   It is said that the face of  the presiding Buddha image was made by  the king.    ฐานชุกชีของพระประธานเก็บพระสรีรางคารของรัชกาลที่๒ The base (pedestal) of the presiding Buddha image contains the crematory ashes of  the king.  วัดนี้จึงเป็นวัดประจำรัชกาลที่๒ Then this  temple is the symbolic temple of  King Rama II (หรือ the temple in honor of  King Rama II  หรือ the insignia temple of  King Rama II).



หน้าบันพระอุโบสถแสดงรูปเทวดาถือพระขรรค์ The gable of the main chapel shows a deity holding a sword.     

ซุ้มเสมาของพระอุโบสถวัดนี้ถือว่าเป็นซุ้มอุโบสถที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
The shelter of  the marker stone of this temple is regarded as one of the most beautiful in Thailand.

เมื่อเดินเข้าไปในเขตอุโบสถ จะพบรูปช้างหล่อด้วยทองแดง(บางตำราบอกว่าทองเหลือง)   แต่สิ่งที่สนับสนุนข้อมูลว่าช้างนี้น่าจะทำมาจากทองแดงเป็นหลักคือสีเขียว เพราะสีของสนิมทองแดงคือสีเขียว

รอบๆอุโบสถ มีรูปช้าง๘รูปในท่าทางต่างๆกัน Around the main chapel ,there are 8 elephant statues in different attitudes.  สร้างในสมัยรัชกาลที่๓ ในปี พ.ศ.๒๓๘๙ (ค.ศ.1846) เพื่อแสดงการสักการะพระราชบิดาของพระองค์คือรัชกาลที๒ They were made in the reign of  King Ram III in 1846 to do offering to his father,King Rama II.    เพราะพระองค์ได้พระนามว่าพระเจ้าช้างเผือก  เนื่องจากว่ามีช้างเผือกหลายช้างที่ถูกพบในสมัยของพระองค์  He is named "The King of  White Elephant"  because there were many white elephants which were discovered in his reign.  


ในระเบียงรอบๆพระอุโบสถ มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ๑๒๐องค์
In the gallery of  the main chapel, there are 120 stuccoed Buddha image in the attitude of  subduing Mara ,the evil spirit.
         

โบสถ์น้อยและวิหารน้อย The subsidiary main chapel and the subsidiary image hall(หรือ The little main chapel and the little image hall)
เมื่อเดินสู่ทางเข้าหลักสู่พระปรางค์ หันหน้าเข้าสู่พระปรางค์(ก็คือหันหลังให้แม่น้ำ) จะพบอาคารขนาดย่อม๒หลังพอดีตรงทางเข้า ลักษณะรูปทรงเหมือนกัน  หลังที่อยู่ทางขวาคือโบสถ์น้อย เป็นโบสถ์หลังเก่าสมัยที่ยังไม่ได้สร้างโบถ์หลังปัจจุบัน(ที่สร้างสมัยรัชกาลที่๒)  และหลังที่อยู่ทางซ้ายคือวิหารน้อย ทั้งโบสถ์น้อยและวิหารน้อยมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา   เชื่อกันว่าวิหารถ์น้อยเคยเป็นที่เก็บพระแก้วมรกตในสมัยพระเจ้าตากสิน(เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก หรือรัชกาลที่๑ในสมัยต่อมา ได้อัญเชิญพระแก้วกลับมาจากลาว(เวียงจันทน์))  แต่ข้อสันนัษฐานที่ต่างกันบอกว่าพระแก้วถูกเก็บไว้ในหอพระแก้วซึ่งถูกรื้อทิ้งออกไปแล้ว  เคยอยู่ใกล้ๆพระปรางค์   และโบสถ์น้อยเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าตากสินในช่วงปลายที่พระองค์ถูกพระยาสรรค์ยึดอำนาจ  แล้วพระองค์จึงบวชเป็นพระภิกษุที่วัดนี้ระยะหนึ่ง   ในปัจจุบันนี้ยังมีแท่นนอนที่เชื่อกันว่าเป็นแท่นบรรทมของพระเจ้าตากสินในครั้งที่บวชเป็นพระ

หอ๒หอที่เราเห็นอยู่ตรงทางเข้าสู่พระปรางค์นี้เป็นของเก่าที่มีอยู่ในสมัยอยุธยา The two chapels that we see at the entrance of  the prang are the old ones which were  available  in Ayutthaya period.  หลังทางขวาเคยเป็นพระอุโบสถในสมัยก่่อน The one on the right used to be the main chapel in the old days. มีแท่นบรรทมซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเป็นของพระเจ้าตากสินขณะที่พระองค์บวชเป็นพระ There is a bed which is believed to belong to  King  Taksin while he was a monk.    หลังทางซ้ายเป็นวิหารเก่าในสมัยอยุธยาเช่นกัน   เชื่อกันว่าเคยเก็บพระแก้วมรกตในสมัยพระเจ้าตาก The one on the left is also  the old image hall in Ayutthaya period.  It is believed that it used to keep the Emerald Buddha image during the reign of  King Taksin.

พระบรมราชนุสาวรีย์ของรัชกาลที่ ๒  The monument of  King Rama II

อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่รัชกาลที่๒ โดยคณะบุคคลที่สืบเชื้อสายมาจากรัชกาลที่๒หรือทายาทลูกหลานในรัชกาลที่๒นั่นเอง This monument is built to dedicate to  King Rama II by the batch  (หรือ the group ) who are lineage  or the off-springs of   King Rama II. เป็นของใหม่ เพราะสร้างในสมัยใหม่นี้ It is a new object(thing) because it was built in this modern time.   ด้านหน้าพระบรมรูปมีรูปช้างสำคัญ๓ช้าง The front of the monument  has three statues of  significant elephants.  เป็นช้างมงคลที่พบในสมัยพระองค์They are the auspicious elephants that were discovered in  his reign. ช้างทั้ง๓ช้างนี้นำมาจาก ลาวล้านช้าง(เมืองโพธิสัตว์) และ ลาวล้านนา ได้แก่ เชียงใหม่และน่าน (ในสมัยก่อน"ลาว"มี๒ส่วนคือ ลาวล้านนา และลาวล้านช้าง)  These three elephants were brought from Lao-Lanchang(บางสำเนียงว่า Lao-Lansang) and Lao-Lanna namely Chiangmai and Nan. พระองค์มีช้างสำคัญมากจนได้รับการขนานพระนามว่า "พระเจ้าช้างเผือก" He had so many significant elephants that he was named "The King of White Elephant".

Vocabulary 

layman     (n)  ฆราวาส   (ออกเสียงว่า คะ-รา-วาส  แต่มีคนไทยมากมายแม้แต่ผู้ประกาศข่าวเองก็ออกเสียงกันผิดเป็น คา-ระ-วาส)
ฆราวาส แปลว่า ผู้ครองเรือน  
auspicious  (adj)  เป็นมงคล
off-spring   (n)     ลูกหลาน
batch          (n)    คณะ,กลุ่ม,พวก,พรรคพวก
significant   (adj)  สำคัญยิ่ง


Latest updated : 31th Aug 2020